giameee

xkin6-news

posted on 22 Dec 2008 11:56 by alienboon in art

 

เอาข่าวที่ท่านสุรชัย  พิงชัยภูมิมาลงขอรับ จาก Manager ส่วนรูปถ่ายกระผมเอาที่ถ่ายเองมาลงขอรับ 

 

โปรเจ็กต์ XKIN6 (สกินซิกส์) เป็นการรวมตัวกันของผลงานศิลปะที่มีความแตกต่างกันทั้งรูปแบบและเนื้อหาของศิลปิน 6 คนที่พยายามทำลายโครงสร้างของความป็นเอกภาพ และขนบของการจัดวาง รวมทั้งการติดตั้งผลงานแบบศิลปะในพื้นที่ที่ไม่ไช่กล่องสี่เหลี่ยม ผนังสีขาว แบบห้องนิทรรศการทั่วไป
       
       มันเป็นการที่ศิลปินได้กำหนดโครงสร้างของการจัดวางผลงานไว้อย่างหลวมๆ และค่อยๆ บีบจับมัดผสมผสาน เสมือนให้ XKIN6 เป็นการทดลองที่เน้นความสำคัญกับกระบวนการสร้างงาน การรวมตัว การคิด และการแก้ปัญหาร่วมกัน โดยบันทึกกระบวนการทุกขั้นตอนของการทำงานเป็นภาพยนตร์ ในระยะเวลานับตั้งแต่เริ่มโครงการ
       
       ศิลปินทั้ง 6 คนนี้ประกอบด้วย โลเล - ทวีศักดิ์ ศรีทองดี ศิลปินภาพวาด, P7 ศิลปินกราฟิตี้, บุญชัย อภินทนาพงศ์ ศิลปินวิดีโออาร์ต, ชยาภรณ์ มณีสุธรรม ศิลปินช่างภาพ, ถนอมขวัญ ชุติธนวงศ์ ศิลปินนักออกแบบ และหทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ ศิลปินภาพวาด
       
       นอกจากผลงานศิลปะแล้ว ผู้ชมจะได้เห็นขั้นตอนการทำงานของพวกเขาตั้งแต่เริ่มต้น จนเป็นภาพที่ชัดเจน ที่ เจ แกลเลอรี่ ชั้น 4 เจ อเวนิว ทองหล่อ15
       
       แตกต่าง ร่วมสมัย และไม่ใช่เรื่องของคนสองคน
       โครงสร้างของ XKIN6 (สกินซิกส์) คือศิลปิน 6 คนมารวมกัน เป็นการมารวมกันของศาสตร์และศิลป์แต่ละสาย แล้วใช้กระบวนการมาเป็นเนื้อหา กระบวนการที่ว่านี้ผู้ชมสามารถรับชมได้จากวิดีโอที่พวกเขาเอามาเปิดให้ดู
       
       "การรวมตัวกันครั้งนี้เป็นการมารวมตัวของภาคที่ไม่เหมือนกัน พอมารวมกันแล้วจะอยู่ร่วมกันได้ยังไง ไปด้วยกันได้ไหม สิ่งที่แต่ละคนนำมาเสนอมันก็ทำให้ผู้ชมคิดตามไปด้วยว่า คนนี้สนใจอะไร, คนนี้สนใจเรื่องความงามอย่างเดียว อีกคนหนึ่งสนใจเรื่องเกี่ยวกับทฤษฎีบางอย่างที่เขาตั้งขึ้นมา ส่วนผมสนใจเรื่องความขัดแย้ง งานที่ผมนำมาแสดงครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นงานเพ้นติ้งติดผนังธรรมดา แต่ว่าผมลองทำอะไรที่เป็นวิดีโอผสมกับเพ้นติ้ง คือทุกคนมีประเด็นที่จะพูด และสิ่งที่ทำให้ผู้ชมได้พบ และน่าสนใจก็คือ นักโฆษณานักออกแบบเขาคิดอะไรเมื่อออกมาจากกรอบของการทำงานในระบบ กราฟิตี้เขาคิดอะไร หรือนักทำวิดีโอเขาคิดอะไร อันนี้เป็นเนื้อหาที่สำคัญ" โลเล -ทวีศักดิ์ ศรีทองดีอธิบายถึงนิทรรศการงานสร้างที่พวกเขากำลังช่วยกันติดตั้งจัดวางก่อนจะถึงวันเปิดงาน
       
       โลเลบอกว่างานนี้เกิดจากแนวคิดของเขากับ P7 ศิลปินกราฟิตี้ผู้เป็นเพื่อนรัก พวกเขาอยากทำงานร่วมกัน แต่รู้สึกว่าสองคนมันธรรมดาเกินไป พวกเขาอยากให้มีความหลากหลายมากกว่าเรื่องของคนสองคน
       
       ทั้งสองก็เลยชวนเพื่อนๆ ที่มีแนวทางน่าสนใจ ไม่ใช่ศิลปินรุ่นใหญ่ แต่เป็นรุ่นที่อยู่ในวัยที่ใกล้เคียงกัน คือรุ่นกลางๆ เกือบค่อนไปทางดึก ประมาณนั้น...
       
       "นิทรรศการนี้เป็นการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความแตกต่าง และร่วมสมัย ทุกคนทำงานที่ร่วมสมัยหมดเลย กราฟิตี้ ดีไซเนอร์ นักดนตรี เหมือนกับที่บอกว่าความแตกต่างมารวมกัน ณ เวลานี้ ถ้าเวลาผ่านไปอีก 5 ปีทุกคนอาจไม่คิดแบบนี้แล้ว คือไม่ได้แสดงว่าคนไหนวาดรูปเก่ง วาดรูปอะไร แต่แสดงรูปแบบของแต่ละคน" โลเลพูดไปพลางติดกระดาษไปพลาง
       
       งานนี้ผู้ชมจะได้ดูทั้งผลงาน กระบวนการทำงาน และวิธีการคิด ผู้ชมจะได้เห็นว่า คนนี้เป็นดีไซเนอร์ คนนี้เป็นช่างภาพ คนนี้เป็นกราฟิตี้ คนนี้วาดรูป แล้วจะตอบโต้กันยังไงบ้าง และผู้ชมจะได้สังเกตความแตกต่าง
       
       "จะได้อะไรก็อยู่ที่ผู้ชม อย่างที่บอก เดี๋ยวนี้นักโฆษณาเขาคิดอะไร กราฟิตี้เขาคิดอะไร ช่างภาพเขาคิดอะไร สิ่งนั้นคือสิ่งที่ได้จากแต่ละคน เรียกว่างานนี้แทบจะสลายความว่าศิลปะคืออะไร มีเดียอะไร เพราะมันสามารถเป็นอะไรก็ได้" พูดจบ โลเลฉีกกระดาษที่อยู่ในมือเสียงดัง... แคว้กกก!
       
       ขณะที่เรานั่งคุยกัน โลเลก็ทำงานติดตั้งภาพวาดของเขาไปด้วย ศิลปินแต่ละคนก็ช่วยกันทำงานตามมุมต่างๆ ของแกลเลอรี่ และนี่ก็คือการทำงานศิลปะที่สนุกๆ ศิลปินได้มาคิดร่วมกัน ทำงานร่วมกัน แบบว่า... มาจอยกันๆ


       
       เราถามโลเลต่อว่า ทำไมศิลปินทั้ง 6 คนนี้ต้องพยายามทำลายโครงสร้างของความเป็นเอกภาพ และขนบของการจัดวาง รวมทั้งการติดตั้งผลงานแบบศิลปะ ในพื้นที่ที่ไม่ไช่กล่องสี่เหลี่ยม ผนังสีขาว แบบห้องนิทรรศการทั่วไป - ทำไม, ความป็นเอกภาพ และขนบของการจัดวางมันเลวร้ายตรงไหน ?
       
       "รู้สึกเบื่อน่ะ คุณรู้จัก Deconstruction (ทฤษฎีการรื้อถอน) ใช่ไหม ก็เหมือนกับว่าถ้าเราอยู่ในขนบก็คือเราจะต้องติดรูป การติดรูปนี่ต้องติดรูปแบบไหน ใช่ไหม ติดรูปเรียงแบบนี้ๆ แต่ยุคก่อนต้องทำแบบนั้นไง พอยุคนี้มันอาจมีคนเบื่อ ไม่อยากติดแบบเดิมแล้ว อยากติดแบบใหม่ หรือทำงานศิลปะ ไม่ต้องไปเลียนแบบสิ่งที่เขาเคยทำมาแล้ว แต่สิ่งที่เราทำมันก