น้ำฝน
posted on 11 Nov 2009 23:24 by alienboon in cats-and-meพอดีไปอ่านข่าวเจอมา
นักวิชาการ ชี้ “น้ำฝน” ปนมลพิษ ไม่เหมาะแก่การบริโภค
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 11 พฤศจิกายน 2552 18:38 น. |
|
|
||
นักวิชาการชี้
น้ำฝนอาจไม่เหมาะกับการบริโภค เพราะการขยายตัวของเขตเมือง
และอุตสาหกรรมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลให้น้ำฝนมีสภาพเป็นกรด
เป็นด่าง อีกทั้งยังมีสารปนเปื้อนสูงด้วย
ผศ.สุนทรี ขุนทอง
จากคณะทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา
เปิดเผยว่า จากการเก็บตัวอย่างน้ำฝนตลอดระยะเวลา 12 เดือน ในเขตพื้นที่
อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่แหลมฉบัง พบว่า
น้ำฝนที่เก็บได้มีค่าความเป็นกรดเพิ่มขึ้น เฉลี่ย 4 กว่าๆ
จากค่าความเป็นกรดด่างของน้ำฝนที่ มีค่าเฉลี่ยที่ 5.6
ทั้งนี้ ค่าความเป็นกรดของน้ำฝนที่สูงขึ้น
เนื่องจากบริเวณที่เก็บตัวอย่างเป็นพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยอุตสาหกรรมปิโต
รเคมี อาทิ นิคมแหลมฉบัง โรงกลั่นน้ำมันบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)
โรงกลั่นน้ำมันบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) โรงกลั่นน้ำมันเอสโซนิคม
อุตสาหกรรมสหพัฒน์ นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง เป็นต้น
ประกอบกับแถวถนนสุขุมวิทที่มีการจราจรคับคั่งในช่วงเช้าและเย็นด้วย
จึงมีส่วนที่น้ำฝนจะเป็นกรดสูง
ส่วนการเก็บตัวอย่างน้ำฝนในพื้นที่มาบตาพุด
หลังจากมีการร้องเรียนปัญหาน้ำในบริโภคไม่ได้
และพืชผลที่เสียหายจากน้ำในที่ตกลงมาจนใบหงิกงอ เพื่อนำมาวิเคราะห์
หาตัวอย่างของสารที่ปนเปื้อนในน้ำฝน ต้องใช้ระยะเวลา 1 ปี
จึงจะวิเคราะห์และประมวลผลได้
โดยผลที่ออกมาจะใช้เป็นข้อมูลเฝ้าระวังเพื่อใช้ในการควบคุม
และการวางแผนขยายโรงงานในพื้นที่ต่อไป
ผศ.สุนทรี
กล่าวอีกว่า หลายพื้นที่ทั่วประเทศของไทย พบว่า
น้ำฝนไม่เหมาะสมกับการนำมาใช้ดื่มกินได้อย่างบริสุทธิ์เหมือนในอดีตแล้ว
เนื่องจากมีการขยายตัวของอุตสาหกรรม
และความเจริญเติบโตของเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทำให้น้ำฝนทั่วประเทศไม่เพียงแต่แนวโน้มที่มีค่าความเป็นกรดสูงเท่านั้น
แต่ยังรวมเอามลพิษอื่นๆ อยู่ในน้ำใน เช่น จ.พระนครศรีอยุธยา
น้ำฝนมีค่าความเป็นด่างมากผิดปกติ เพราะอยู่ใกล้โรงปูนซีเมนต์ ส่วน
จ.เชียงใหม่
มีปริมาณฝุ่นละอองสูงเพราะต้องเจอกับปัญหาหมอกควันอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่พื้นที่เกษตรกรรม น้ำในจะมีการตรวจพบสารฟอสเฟต แอมโมเนียสูง เช่น
กรณี จ.สงขลา จะมีการปนเปื้อนของแอมโมเนียสูง เพราะมีอุตสาหกรรมน้ำยางพารา
เป็นต้น ทั้งนี้ เชื่อว่า
อนาคตสังคมชนบทที่เคยรองน้ำฝนไว้บริโภคเก็บในโอ่ง คงจะต้องเลิกไปในที่สุด
เมื่อไม่นานนี้กระผมคิดถึงการดื่มน้ำเปล่า
นั่งคิดย้อนไปว่าตอนกระผมยังเด็กดื่มน้ำจากไหนนะ
จำได้ว่าที่บ้านจะมีโอ่งมังกรอยู่หลายใบ แล้วมีรางสังกะสีต่อมาจากหลังคา
ยามที่ฝนตก กระผมชอบที่จะวิ่งไปเล่นน้ำฝนที่ไหลลงมาใต้รางนั้น
เมื่อน้ำสะอาด ป้ากระผมก็จะให้ยกรางน้ำไปที่โอ่ง แล้วเราก็จะมีน้ำดื่มอยู่ในนั้น
แม่กระผมชอบนำไปต้มก่อน
ส่วนป้ากระผมชอบดื่มเลย
กระผมก็ชอบแอบแม่ดื่มน้ำฝนที่ไม่ได้ต้ม สดชื่นมาก
บางครั้งก็เอากระติกใส่ นำไปดื่มที่โรงเรียน ดีกว่าน้ำก็อกเยอะเลย
มาถึงสมัยนี้ ต้องมาซื้อน้ำดื่มกัน
จากที่มันไหลมาจากฟากฟ้า สะอาด รสชาติดี
เดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นน้ำที่อันตราย
ตอนเด็กๆ เคยอ่านเจอว่าหลายประเทศ ดื่มน้ำฝนไม่ได้
ไม่เคยนึกว่าเมืองไทยจะดื่มน้ำฝนไม่ได้แล้ว
เศร้าจัง
edit @ 11 Nov 2009 23:37:02 by alienboon