เรื่องเล่ารับวันฮาโลวีน.......
posted on 29 Oct 2006 22:31 by alienboon in cats-and-me
วันเวลาผ่านมาเกือบยี่สิบปี....กระผมยังจำวันที่เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างขึ้นใจ
ก่อนที่จะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากรนั้น...กระผมได้ไปใช้ชีวิตในวิทยาลัยครูอยู่หนึ่งปี
เมื่อต้องย้ายมาเรียนที่ศิลปากรกระผมก็ยังมีความผูกพันกับเพื่อนๆที่วิทยาลัยครู
เมื่อมีน้องใหม่ของวิทยาลัยครูเข้ามากระผมก็แอบไปรับน้องกับเขาบ้าง
เมื่อถึงตอนที่ต้องไปต่างจังหวัดกัน...กระผมก็ติดตามไปหาสถานที่กับพวกเพื่อนๆด้วย
เราตั้งจุดหมายว่าน่าจะเป็นที่ระยอง...เพราะคุ้นเคยกันอย่างดี
แต่พอไปถึงจริงๆพวกเราก็รู้สึกน่าจะมีที่ๆเจ๋งกว่าทะเลโล่งๆ...
จนมาถึงที่แกลง...เราเจอถนนเส้นเล็กๆข้างภูเขา...น่าสนใจ
ก็เลยตัดสินใจแวะเข้าไป....ถนนเส้นเล็กสำหรับเข้าหมู่บ้านพาเราข้ามภูเขาลูกไม่ใหญ่มาก
จนมาถึงหมู่บ้านชาวประมง.....
พวกเราจอดรถลงเดิน...จนทั่วเห็นไม่ค่อยมีอะไร....ก็คิดว่าจะไปที่อื่นต่อ
เมื่อจะขึ้นรถกัน...เหลือบเห็นด้านซ้ายของหมู่บ้านเป็นป่าโกงกาง...
แถมยังมีหาดทราย....ขนาบไปเรื่อยๆ....
ใครคนนึงในกลุ่มเพื่อนชวนเดินเข้าไป....เราพากันเดินเข้าไปในป่าโกงกางผืนนั้น...
แล้วเลาะออกมาที่หาด....มองออกไปด้านซ้ายไม่ไกล....
เห็นเป็นเนินทราย....ลูกขนาดย่อมเหมาะกับการตั้งเต็นท์ใหญ่...
เนินทรายนี้ล้อมรอบด้วยป่าโกงกาง...พวกเราคิด...สุดยอด...
ที่นี่แหละจะเป็นปราการของเรา....
เมื่อเดินขึ้นไป....ทรายที่นั้นละเอียดมากขนาดเดินแล้วมีเสียงดัง...เอื๊ยด...เลย
พวกเราลงมติเลือกที่นี่กัน......
เมื่อถึงวันรับน้อง....พวกเราก็ตั้งปราการกันที่เนินแห่งนั้น....
ใช้ป่าโกงกางเป็นซุ้มแกล้งรุ่นน้องกันอย่างสนุกสนาน......
จนถึงเย็น....พวกเราก็มารวมตัวช่วยกันทำอาหารที่เต็นท์บัญชาการซึ่งเป็นเต็นท์ใหญ่
สำหรับนอนรวมกัน...(เต็นท์พวกงานบวช)....
จนกระทั่งถึงดึก....เข้าเวลาบายศรีน้องๆกัน....
เราก็จุดเทียน...แล้วให้รุ่นพี่พูดที่ละคน....แล้วส่งเทียนต่อเรื่อยๆ...
จนถึงตารุ่นน้อง...เหตุการณ์ก็ปกติดีจนถึงคนสุดท้าย...
ก็ต้องดับเทียน....แสงไฟสุดท้ายดับลง....จู่ๆเสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้น....
เรามองออกไปที่ทะเล...ท้องฟ้าที่โปร่งตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเมฆดำก้อนหนา
ลมไม่รู้มาจากไหนพัดแรงมากๆจนพวกเราต้องช่วยกันจับเสาเต็นท์ไว้
ลมแรงมากจนทุกอย่างที่วางอยู่ต้องมีคนช่วยกันจับมันไว้ไม่ให้ปลิว
สายฝนเริ่นตกมาอย่างรุนแรง....จนพวกเราตื่นตระหนกกัน....
ฟ้ายังคะนองต่อไป...เหมือนกับจะโกรธพวกเรา....พวกเราต้องคอยยันเต็นท์ไว้
ใครเหนื่อยก็พัก...คนที่พักแล้วก็คอยสลับไปช่วยยันไว้ต่อ
เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ...ทุกอย่างเริ่มสงบ...แต่ฝนและลมยังมีมาเรื่อยๆ
กระผมให้เพื่อนๆผู้หญิงไปติดแก็สต้มถั่วเขียวกินเพื่อให้อุ่นขึ้น....
เพราะทุกคนตัวเปียกซ่ก....
เมื่อถั่วเขียวต้มเสร็จทุกคนผลัดกันไปกิน...จนถึงคิวของกระผม...
กระผมตักมากินพร้อมกับเดินแหย่เพื่อนๆบางคนที่ยังไม่ได้กิน...
และยังต้องออกแรงยันเต็นท์กันไว้อยู่....
เพื่อนๆที่โดนกระผมกวนตีน....ต่างอยากจะเตะกระผมกัน....
จนกระผมวนมาหาเพื่อนอีกคน...แหย่มันอย่างสนุกสนาน....มันนิ่ง..ไม่สนใจ
กระผมคิดในใจเนื่องจากเพื่อนคนนี้เป็นเด็กเรียน....แถมมันยังเป็นหัวหน้า...
แต่ถึงแม้มันจะมีขันติเพียงใด....ย่อมหนีไม่พ้นความพยายามกวนตีนของกระผมไปได้
กระผมกวนมันจนกระผมทมไม่ไหว...แทบอยากจะเตะมัน...นึกในใจ
มึงมันอดทนเกินไปแล้ว....
จากนั้นกระผมก็ดึงมันออกมาจากเสา....
ภาพที่กระผมเห็น...เป็นเพื่อนคนนั้นยืนอยู่ท่าเดิมเอามือค้ำเสาไว้...
เพียงแต่ตอนนี้ไม่มีเสาแล้ว....กระผมงง...ตะโกนเรียกมันอย่างดัง....
มันไม่รู้สึกตัว.....จนเพื่อนคนอื่นเข้ามาหา...ตอนแรกคิดว่ามันแกล้ง...
เพื่อนๆต่างช่วยกันตะโกนเรียกด้วยเสียงอันดัง...แต่ก็ไร้ผล
มันยังคงนิ่งไม่รู้สึกตัว.....เราทุกคนต่างตกใจ....
คิดว่ามันหนาวจนช็อค...ก็เลยจะพาไปโรงพยาบาล...
แต่พอเราออกไปจากเต็นท์...ก็ได้รู้ว่า...ตอนนี้รอบตัวเรา...
ถูกน้ำขึ้นล้อมรอบไว้จนเหมือนเราติดเกาะ....ออกไปไหนไม่ได้แล้ว
เมื่อกลับเข้ามาเพื่อนกระผมยังไม่ได้สติแต่ตายังเปิดค้างมองออกไปด้านนอก
อย่างไม่มีจุดสิ้นสุด....
ไม่รู้จะทำยังไงดี....กระผมตัดสินใจตบมัน...พร้อมตะโกนเรียกชื่อมัน
ตอนแรกเบาๆ...มันก็ยังไม่รู้สึกตัว...จนกระผมทนไม่ไหว...
ตบมันอย่างแรง...พร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆไหล.....ของกระผม
เพื่อนผู้หญิงกับรุ่นน้องพากันร้องไห้...เรียกชื่อมัน....
มันก็ยังนิ่งสนิทตาเหม่อลอยออกไปไกล.....
พวกเราไม่รู้จะทำยังไงกัน...ได้แต่คอยถูตัวและเรียกชื่อมันอยู่ตลอดไม่หยุด
กระผมคิด...อย่างน้อยอาจจะช่วยให้มันมีสติมากขึ้น....
ผ่านไปเป็นชั่วโมง....มันคงยังแน่นิ่งอยู่...ลมหายใจเบาบาง....
กระผมกอดมันไว้...ร้องไห้....คิดอะไรไม่ออก....
ตอนนั้นกระผมตัดสินใจหยิบไฟแช็คขึ้นมา....(ตอนนั้นยังสูบบุหรี่อยู่)
จุดไฟขึ้น....แล้วคอยๆเลื่อนไปที่ปลายเท้าเพื่อนกระผม....
ค่อยๆใช้ไฟนั้นลนที่เท้ามันจนกระผมทนไม่ได้เอง....มันก็ยังไม่รู้สึกตัว....
ทุกคนต่าง...อึ้งกับสิ่งที่ได้เห็น...กระผมคิดในใจนี่กูต้องมาเสียเพื่อนที่นี่หรือเนี่ย....
น้ำตาต่างคนต่างไหลออกมา.....
จนมีเพื่อนคนนึง...ตัดสินใจ...ลองเอาพระที่ห้อยอยู่มาคล้องคอมัน....
ต่างช่วยกันสวดมนต์.....พร้อมกับถูตัวมัน....เรียกชื่อมันตลอดเวลา
ผ่านไปจนแสงอาทิตย์เริ่ม....ขึ้น
กระผมเผลอหลับไปใกล้ๆมัน....
เพื่อนผู้หญิงคนนึงเรียก....เพื่อนผมรู้สึกตัวแล้ว....
มันค่อยๆกระพริบตา...แววตาเริ่มมองเห็นเพื่อนๆ
(ตอนที่เกิดเหตุ ถ้าจำไม่ผิดคิดว่ามันไม่ได้กระพริบตาเลย)
จนมันรู้สึกตัว....เริ่มพูดได้.....จนมันปกติเหมือนเดิม.....กระผมแปลกใจ
เมื่อมันดีขึ้น...น้ำลด...เรารีบพามันไปหาหมอ....
ทุกอย่างปกติ.....เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นกับมัน
จากนั้นทุกคนก็ระดมถามมันว่าเป็นอะไรแน่....
มันก็ตอบมาว่าไม่รู้เหมือนกัน....
รู้แต่ว่า...ช่วงฝนตกลมแรงที่ช่วยกันค้ำเสานั้น....
มันได้ยินเสียงเรียกแล้วก็เลยเดินตามออกไป....
พอจะกลับมาที่เต็นท์...ก็กลับไม่ถูกซะแล้ว...ทุกอย่างมืดมิดจนหาทางกลับไม่เจอ
จนสุดท้ายมันได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคย....มันจึงค่อยๆตามเสียงนั้นมา
และค่อยๆจำได้ว่าเป็นเสียงเพื่อนๆ...มันจึงมั่นใจ
แล้วเดินตามเสียงนั้น...จนมันรู้สึกตัว....ก็เช้านี่แหละ...
ทุกคนต่างอึ้งกับสิ่งที่มันบอก....
เมื่อพวกเราเก็บข้าวของกันเสร็จ...เดินออกมาจากที่ตรงนั้นจะขึ้นรถ
เหลือบเห็นศาลเจ้าเล็กๆอยู่มุมนึง...ถ้าไม่สังเกตุก็คงเห็นยาก
สอบถามเพื่อนๆที่มาก่อนว่า...พวกมึงไหว้ศาลกันก่อนหรือเปล่าว่ะ
ทุกคนมองหน้ากัน...นิ่ง
เราจึงไหว้ขอขมาก่อนกลับ....
มีชาวบ้านคนนึงผ่านมา...เห็นตอนที่พวกเราออกมา...
ก็เลยถามพวกเรา..เสร็จแล้วก็พูดขึ้นมา"แถวนั้นไม่มีใครกล้าไปนอนหลอก..ไอ้น้อง...
......เจ้าที่เค้า...เอาเรื่องนะ...."
พวกเราต่างอึ้ง....
กระผมก็ไม่รู้ว่า...จริงๆแล้ว...มันเป็นอะไรกันแน่....
เพื่อนกระผมอาจจะป่วย...แต่มันก็หายไวเหลือเกิน....
แถมตอนนั้นพวกเราทั้งตบตีมัน....แถมเอาไฟลน...มันยังไม่กระพริบตาเลย
ตอนนี้มันกลับปกติ...เหมือนไม่เคยเจอเรื่องราวที่ว่ามาก่อนเลย
เรื่องที่ว่านี้ผ่านมาเกือบยี่สิบปี....เวลามีเรื่องเล่าที่น่ากลัว...
ลึกลับ...กระผมก็ยังนึกถึงเรื่องนี่ตลอด..และก็ยังไม่มีคำตอบใดๆมาอธิบายได้...
edit @ 2006/10/29 23:00:53
edit @ 2006/10/31 20:42:11
....

ที่ไหนได้ดันไม่ได้ติกให้คนมาcomment
#1 By alienboon on 2006-10-31 20:44