วันเวลาผ่านมาเกือบยี่สิบปี....กระผมยังจำวันที่เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างขึ้นใจ

ก่อนที่จะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากรนั้น...กระผมได้ไปใช้ชีวิตในวิทยาลัยครูอยู่หนึ่งปี

เมื่อต้องย้ายมาเรียนที่ศิลปากรกระผมก็ยังมีความผูกพันกับเพื่อนๆที่วิทยาลัยครู

เมื่อมีน้องใหม่ของวิทยาลัยครูเข้ามากระผมก็แอบไปรับน้องกับเขาบ้าง

เมื่อถึงตอนที่ต้องไปต่างจังหวัดกัน...กระผมก็ติดตามไปหาสถานที่กับพวกเพื่อนๆด้วย

เราตั้งจุดหมายว่าน่าจะเป็นที่ระยอง...เพราะคุ้นเคยกันอย่างดี

แต่พอไปถึงจริงๆพวกเราก็รู้สึกน่าจะมีที่ๆเจ๋งกว่าทะเลโล่งๆ...

จนมาถึงที่แกลง...เราเจอถนนเส้นเล็กๆข้างภูเขา...น่าสนใจ

ก็เลยตัดสินใจแวะเข้าไป....ถนนเส้นเล็กสำหรับเข้าหมู่บ้านพาเราข้ามภูเขาลูกไม่ใหญ่มาก

จนมาถึงหมู่บ้านชาวประมง.....

พวกเราจอดรถลงเดิน...จนทั่วเห็นไม่ค่อยมีอะไร....ก็คิดว่าจะไปที่อื่นต่อ

เมื่อจะขึ้นรถกัน...เหลือบเห็นด้านซ้ายของหมู่บ้านเป็นป่าโกงกาง...

แถมยังมีหาดทราย....ขนาบไปเรื่อยๆ....

ใครคนนึงในกลุ่มเพื่อนชวนเดินเข้าไป....เราพากันเดินเข้าไปในป่าโกงกางผืนนั้น...

แล้วเลาะออกมาที่หาด....มองออกไปด้านซ้ายไม่ไกล....

เห็นเป็นเนินทราย....ลูกขนาดย่อมเหมาะกับการตั้งเต็นท์ใหญ่...

เนินทรายนี้ล้อมรอบด้วยป่าโกงกาง...พวกเราคิด...สุดยอด...

ที่นี่แหละจะเป็นปราการของเรา....

เมื่อเดินขึ้นไป....ทรายที่นั้นละเอียดมากขนาดเดินแล้วมีเสียงดัง...เอื๊ยด...เลย

พวกเราลงมติเลือกที่นี่กัน......

เมื่อถึงวันรับน้อง....พวกเราก็ตั้งปราการกันที่เนินแห่งนั้น....

ใช้ป่าโกงกางเป็นซุ้มแกล้งรุ่นน้องกันอย่างสนุกสนาน......

จนถึงเย็น....พวกเราก็มารวมตัวช่วยกันทำอาหารที่เต็นท์บัญชาการซึ่งเป็นเต็นท์ใหญ่

สำหรับนอนรวมกัน...(เต็นท์พวกงานบวช)....

จนกระทั่งถึงดึก....เข้าเวลาบายศรีน้องๆกัน....

เราก็จุดเทียน...แล้วให้รุ่นพี่พูดที่ละคน....แล้วส่งเทียนต่อเรื่อยๆ...

จนถึงตารุ่นน้อง...เหตุการณ์ก็ปกติดีจนถึงคนสุดท้าย...

ก็ต้องดับเทียน....แสงไฟสุดท้ายดับลง....จู่ๆเสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้น....

เรามองออกไปที่ทะเล...ท้องฟ้าที่โปร่งตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเมฆดำก้อนหนา

ลมไม่รู้มาจากไหนพัดแรงมากๆจนพวกเราต้องช่วยกันจับเสาเต็นท์ไว้

ลมแรงมากจนทุกอย่างที่วางอยู่ต้องมีคนช่วยกันจับมันไว้ไม่ให้ปลิว

สายฝนเริ่นตกมาอย่างรุนแรง....จนพวกเราตื่นตระหนกกัน....

ฟ้ายังคะนองต่อไป...เหมือนกับจะโกรธพวกเรา....พวกเราต้องคอยยันเต็นท์ไว้

ใครเหนื่อยก็พัก...คนที่พักแล้วก็คอยสลับไปช่วยยันไว้ต่อ

เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ...ทุกอย่างเริ่มสงบ...แต่ฝนและลมยังมีมาเรื่อยๆ

กระผมให้เพื่อนๆผู้หญิงไปติดแก็สต้มถั่วเขียวกินเพื่อให้อุ่นขึ้น....

เพราะทุกคนตัวเปียกซ่ก....

เมื่อถั่วเขียวต้มเสร็จทุกคนผลัดกันไปกิน...จนถึงคิวของกระผม...

กระผมตักมากินพร้อมกับเดินแหย่เพื่อนๆบางคนที่ยังไม่ได้กิน...

และยังต้องออกแรงยันเต็นท์กันไว้อยู่....

เพื่อนๆที่โดนกระผมกวนตีน....ต่างอยากจะเตะกระผมกัน....

จนกระผมวนมาหาเพื่อนอีกคน...แหย่มันอย่างสนุกสนาน....มันนิ่ง..ไม่สนใจ

กระผมคิดในใจเนื่องจากเพื่อนคนนี้เป็นเด็กเรียน....แถมมันยังเป็นหัวหน้า...

แต่ถึงแม้มันจะมีขันติเพียงใด....ย่อมหนีไม่พ้นความพยายามกวนตีนของกระผมไปได้

กระผมกวนมันจนกระผมทมไม่ไหว...แทบอยากจะเตะมัน...นึกในใจ

มึงมันอดทนเกินไปแล้ว....

จากนั้นกระผมก็ดึงมันออกมาจากเสา....

ภาพที่กระผมเห็น...เป็นเพื่อนคนนั้นยืนอยู่ท่าเดิมเอามือค้ำเสาไว้...

เพียงแต่ตอนนี้ไม่มีเสาแล้ว....กระผมงง...ตะโกนเรียกมันอย่างดัง....

มันไม่รู้สึกตัว.....จนเพื่อนคนอื่นเข้ามาหา...ตอนแรกคิดว่ามันแกล้ง...

เพื่อนๆต่างช่วยกันตะโกนเรียกด้วยเสียงอันดัง...แต่ก็ไร้ผล

มันยังคงนิ่งไม่รู้สึกตัว.....เราทุกคนต่างตกใจ....

คิดว่ามันหนาวจนช็อค...ก็เลยจะพาไปโรงพยาบาล...

แต่พอเราออกไปจากเต็นท์...ก็ได้รู้ว่า...ตอนนี้รอบตัวเรา...

ถูกน้ำขึ้นล้อมรอบไว้จนเหมือนเราติดเกาะ....ออกไปไหนไม่ได้แล้ว

เมื่อกลับเข้ามาเพื่อนกระผมยังไม่ได้สติแต่ตายังเปิดค้างมองออกไปด้านนอก

อย่างไม่มีจุดสิ้นสุด....

ไม่รู้จะทำยังไงดี....กระผมตัดสินใจตบมัน...พร้อมตะโกนเรียกชื่อมัน

ตอนแรกเบาๆ...มันก็ยังไม่รู้สึกตัว...จนกระผมทนไม่ไหว...

ตบมันอย่างแรง...พร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆไหล.....ของกระผม

เพื่อนผู้หญิงกับรุ่นน้องพากันร้องไห้...เรียกชื่อมัน....

มันก็ยังนิ่งสนิทตาเหม่อลอยออกไปไกล.....

พวกเราไม่รู้จะทำยังไงกัน...ได้แต่คอยถูตัวและเรียกชื่อมันอยู่ตลอดไม่หยุด

กระผมคิด...อย่างน้อยอาจจะช่วยให้มันมีสติมากขึ้น....

ผ่านไปเป็นชั่วโมง....มันคงยังแน่นิ่งอยู่...ลมหายใจเบาบาง....

กระผมกอดมันไว้...ร้องไห้....คิดอะไรไม่ออก....

ตอนนั้นกระผมตัดสินใจหยิบไฟแช็คขึ้นมา....(ตอนนั้นยังสูบบุหรี่อยู่)

จุดไฟขึ้น....แล้วคอยๆเลื่อนไปที่ปลายเท้าเพื่อนกระผม....

ค่อยๆใช้ไฟนั้นลนที่เท้ามันจนกระผมทนไม่ได้เอง....มันก็ยังไม่รู้สึกตัว....

ทุกคนต่าง...อึ้งกับสิ่งที่ได้เห็น...กระผมคิดในใจนี่กูต้องมาเสียเพื่อนที่นี่หรือเนี่ย....

น้ำตาต่างคนต่างไหลออกมา.....

จนมีเพื่อนคนนึง...ตัดสินใจ...ลองเอาพระที่ห้อยอยู่มาคล้องคอมัน....

ต่างช่วยกันสวดมนต์.....พร้อมกับถูตัวมัน....เรียกชื่อมันตลอดเวลา

ผ่านไปจนแสงอาทิตย์เริ่ม....ขึ้น

กระผมเผลอหลับไปใกล้ๆมัน....

เพื่อนผู้หญิงคนนึงเรียก....เพื่อนผมรู้สึกตัวแล้ว....

มันค่อยๆกระพริบตา...แววตาเริ่มมองเห็นเพื่อนๆ

(ตอนที่เกิดเหตุ ถ้าจำไม่ผิดคิดว่ามันไม่ได้กระพริบตาเลย)

จนมันรู้สึกตัว....เริ่มพูดได้.....จนมันปกติเหมือนเดิม.....กระผมแปลกใจ

เมื่อมันดีขึ้น...น้ำลด...เรารีบพามันไปหาหมอ....

ทุกอย่างปกติ.....เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นกับมัน

จากนั้นทุกคนก็ระดมถามมันว่าเป็นอะไรแน่....

มันก็ตอบมาว่าไม่รู้เหมือนกัน....

รู้แต่ว่า...ช่วงฝนตกลมแรงที่ช่วยกันค้ำเสานั้น....

มันได้ยินเสียงเรียกแล้วก็เลยเดินตามออกไป....

พอจะกลับมาที่เต็นท์...ก็กลับไม่ถูกซะแล้ว...ทุกอย่างมืดมิดจนหาทางกลับไม่เจอ

จนสุดท้ายมันได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคย....มันจึงค่อยๆตามเสียงนั้นมา

และค่อยๆจำได้ว่าเป็นเสียงเพื่อนๆ...มันจึงมั่นใจ

แล้วเดินตามเสียงนั้น...จนมันรู้สึกตัว....ก็เช้านี่แหละ...

ทุกคนต่างอึ้งกับสิ่งที่มันบอก....

เมื่อพวกเราเก็บข้าวของกันเสร็จ...เดินออกมาจากที่ตรงนั้นจะขึ้นรถ

เหลือบเห็นศาลเจ้าเล็กๆอยู่มุมนึง...ถ้าไม่สังเกตุก็คงเห็นยาก

สอบถามเพื่อนๆที่มาก่อนว่า...พวกมึงไหว้ศาลกันก่อนหรือเปล่าว่ะ

ทุกคนมองหน้ากัน...นิ่ง

เราจึงไหว้ขอขมาก่อนกลับ....

มีชาวบ้านคนนึงผ่านมา...เห็นตอนที่พวกเราออกมา...

ก็เลยถามพวกเรา..เสร็จแล้วก็พูดขึ้นมา"แถวนั้นไม่มีใครกล้าไปนอนหลอก..ไอ้น้อง...

......เจ้าที่เค้า...เอาเรื่องนะ...."

พวกเราต่างอึ้ง....

กระผมก็ไม่รู้ว่า...จริงๆแล้ว...มันเป็นอะไรกันแน่....

เพื่อนกระผมอาจจะป่วย...แต่มันก็หายไวเหลือเกิน....

แถมตอนนั้นพวกเราทั้งตบตีมัน....แถมเอาไฟลน...มันยังไม่กระพริบตาเลย

ตอนนี้มันกลับปกติ...เหมือนไม่เคยเจอเรื่องราวที่ว่ามาก่อนเลย

เรื่องที่ว่านี้ผ่านมาเกือบยี่สิบปี....เวลามีเรื่องเล่าที่น่ากลัว...

ลึกลับ...กระผมก็ยังนึกถึงเรื่องนี่ตลอด..และก็ยังไม่มีคำตอบใดๆมาอธิบายได้...


edit @ 2006/10/29 23:00:53


edit @ 2006/10/31 20:42:11

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

นึกว่าเขียนเรื่องลึกลับแล้วไม่มีคนcomment
ที่ไหนได้ดันไม่ได้ติกให้คนมาcomment
....แหมทำไปได้

#1 By alienboon on 2006-10-31 20:44

555.....ก็ว่าอยู่ท่าน....หึหึ ....
อย่าไปหาคำตอบเลย....

#2 By rafilmstruck on 2006-10-31 21:19

เฮ้อ!!!!!! .......เม้นท์ได้แล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

#3 By Lolay on 2006-10-31 21:54


โอ้วววว...เพิ่งมาอ่าน
น่ากลัวครับ
เพื่อนผมเคยมีแบบนี้เหมือนกันครับ..ค้างอยู่ท่าไหนท่านั้นอ่ะ...แต่มันเป็นตะคริว (เกร็งไปทั้งตัวเชียว)

#4 By GuGGGar on 2006-11-06 00:08

#5 By (58.8.230.74) on 2009-10-12 18:39