วันนี้...กระผมกลับไปที่บ้านเก่าของกระผมที่เคยอยู่มาสิบสามปี.....
เคยมีเพื่อนฝูงที่เคยร่วมชีวิตที่นี่ไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน..........................
วันเวลาผ่านไป....จนถึงบทสุดท้ายของมัน....ทุกคนขยับขยายย้ายออกตามวัย....
ส่วนใหญ่ก็เพราะมีครอบครัวกัน...........
วันนี้...กระผมเดินเข้าบ้าน...รู้สึกโหวงๆเพราะอีกเดือนต้องส่งให้คนที่จะมาเช่าต่อ....
เพราะที่นี่เป็นที่ๆกระผมใช้ชีวิตนานที่สุด...หลังจากเร่ร่อนไป...มาหลายที่.....
ย้อนกลับไปสิบสามปีหลังจากจบมหาวิทยาลัย........
ต่างคนต่างเคว้ง...ไม่รู้จะไปอยู่กันที่ไหน...เพราะกินนอนกันอยู่ในมหาวิทยาลัยมาตลอด
แต่ตอนนั้นต้องออกมาใช้ชีวิตข้างนอกกันจริงๆแล้ว.....
เหมือนมืดแปดด้านไม่รู้จะไปไหนกันดี.....
กระผมจึงชวนเพื่อนสนิทชื่อโม่โจ้....มาอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังนี้.....
จากวันแรกที่นอนบนพื้นด้วยถุงนอนคนละใบ...มีกองหนังสืออยู่หนึ่งกอง...กับวิทยุโทรมๆ
บ้านช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน.....จากสองคน...เริ่มมีคนอพยบมาจากคณะเป็นสาม...สี่....
จนพื้นบ้านเต็มไปด้วยเพื่อนๆที่มานอนอาศัยกัน...ไม่ต่างจากคณะเท่าไหร่....
รุ่นพี่ที่สนิท...ว่างๆก็แวะมาเยี่ยมเยือน...จนที่นี่เป็นตำนานย่อมๆ....
บางคนมาอยู่สองสามเดือนแล้วก็ไป...บางคนอยู่สิบปี....บางคนครึ่งปี....
บางคนห้าปี.....ที่นี่เหมือนเป็นที่ๆหยุดเวลาของพวกเราไว้...
ไม่ให้ชีวิตหลุดจากวัยเยาว์ไป.......แต่...ทุกคนล้วนต้องเติบโต....ภาระของชีวิตมีมากขึ้น...
ในที่สุดตำนานเริ่มปิดลงหลังจากกระผมแต่งงาน...เริ่มย้ายออกไปอยู่บ้านแฟน...
หลังจากกระผมที่เป็นเจ้าของบ้านไม่อยู่....ทุกอย่างก็เริ่มหยุด......
เหลือเพื่อนที่บ้านไม่กี่คน...ค่อยๆทยอยออก...แต่งงาน...มีครอบครัว....
จนถึงเพื่อนคนสุดท้ายที่อยู่...แฟนท้อง...ก็เลยหาซื้อบ้านที่กว้างกว่า.....
วันนี้ทุกอย่างเริ่มกลับมาเหมือนวันแรกที่เข้ามา...ของเริ่มน้อยลง....
บ้านเริ่มกว้างขึ้น....ไม่เหลือคนที่เคยอยู่....ไม่กี่วันก็จะโล่ง...ว่าง....
คนใหม่ก็จะมาสร้างตำนานที่นี่ต่อไป.....


กระผมยังจำวันที่อกหัก...โคตรเศร้า...นอนอยู่บ้านทั้งวันสามเดือน....
จนวันนึง...กระผมลุกขึ้นมา...หยิบสีที่เหลือจากทำฉากมาทาผนังห้อง...
จากด้านหนึ่ง...ทาไปเรื่อยๆ...จนอีกด้าน...รื้อตู้ออกมาทาอีกจนถึงเพดานบ้าน....
เพื่อนๆเห็น...ก็มาช่วยทากัน....จนกลายเป็นดังที่เห็นในภาพ......
สุดท้ายกระผมก็ออกสู่โลกภายนอกได้อีกครั้ง........
นึกขึ้นมาได้ว่ามี...สมาชิกเป็นหมาตัวนึง....
เจอมันที่หน้าหมู่บ้าน...เพื่อนให้อาหารมัน...จนมันค่อยๆเขยิบเข้ามาใกล้...
สุดท้ายมันมาอาศัยในบ้านเป็นหมาที่จงรักภักดีที่สุด...รุ่นพี่คนนึงตั้งชื่อมันไว้ว่า"ฮายีน่า"
เพราะสีมันเหมือนหมาป่า.....แต่มันก็จากพวกเราไปก่อนหลังจากอยู่ได้ห้าหกปี.....
ทุกครั้งที่ไปขึ้นรถเมล์...มันจะตามไปส่งตลอดไม่ว่าใครก็ตาม.....
คิดถึงมันจัง..........
ตอนแรกว่าจะขายบ้านหลังนี้....แต่ตอนนี้กลับมาคิด....เก็บไว้ดีกว่า....อย่างน้อยมันก็เป็น..
ความทรงจำหนึ่งในชีวิต....ของหลายๆคน.....
อย่างน้อยมันก็เคยสร้าง..รอยยิ้ม...น้ำตา....ขึ้นในใจของพวกกระผม....
ครั้งนึงที่นี่เคยเป็นที่เก็บความเยาว์วัยของพวกเราไว้.....
หวังว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป.........

edit @ 2006/09/10 23:26:58
edit @ 2006/09/11 00:12:09
edit @ 2006/09/11 00:12:46
edit @ 2006/10/20 07:15:57

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หมู่บ้านเรือนทองนิเวศน์ ข้าไปเยือนครั้งแรก หลังจากที่พวกเอ็งเข้าไปนอนกันได้สักพัก แม้ข้าจะไม่ได้ฝังตัวอยู่ที่นี่แบบนานแรมเดือน แต่ก็นับได้ว่า เป็นช่วงๆๆๆอย่างต่อเนื่อง มีความทรงจำต่างๆมากมายถ้าให้บรรยายก็คงจะได้ หนังสือพอ๊อกเก็ตบุ๊กหนึ่งเล่ม เฮ้ย..ไอ้ไฮยีน่า เอ็งเรียกว่า ฮายีน่า เหรอวะ...โหยเรียกมาตั้งนาน ข้าก็นึกว่าเอ็งเรียกเหมือนข้า ฮ่า ฮ่า ที่แท้เราก็เรียกชื่อมันต่างกันตรง ไฮ กับ ฮา.......................................ข้าจำได้ว่าวันปีใหม่หลายปีแล้ว ข้ากับแฟนอยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้ออกต่างจังหวัด ก็เลยขับรถเล่น ถนนโคตรโล่ง แล้วข้าก็ไปทำบุญแถวๆ หมู่บ้าน หลังจากนั้นข้าก็มาแวะ บ้านนี้ ยังได้ถ่ายรูปคู่กับ ไฮยี่น่าด้วยเลย ฮ่า ฮ๋า เวลามันผ่านไป ข้าว่าปีนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลง ค่อนข้างชัดเจน เช่น เพื่อน พี่ จากไป เอ็งต้องปิดฉากบ้านหลังนี้ด้วยน้ำมือของเอ็ง .............บ้านหลังนี้ แรกเลยมีชื่อเรียกว่า "รังมดแดง" ไอ้รวกตั้งชื่อไช่ป่าววะ.....ต่อมามันก็มีชื่อว่า "อัตตาสถาน" เพราะมันเป็นที่ๆ เอื้ออาทร สำหรับเพื่อนๆ ใครตั้งชื่อนี้วะ เอ็งจำได้มะ บ้านนี้เคยมีใครอยู่บ้าง เอาเฉพาะเพื่อนๆเราที่เรียนมาด้วยกัน ก็มี ไอ้มัด ไอ้เด๋อ ไอ้โม่ ไอ้ออย ไอ้แจ้ ไอ้แต๊ก (เฉพาะกลางวัน) ไอ้อ๊อฟ ใครอีวะ.....เออ ข้าเอง ข้าขอบอกว่าต้องขอบคุณบ้านนี้ และเอ็ง ที่อุทิศบ้านให้เพื่อนๆได้ใช้ชีวิตอยู่ และวันนี้มันก็กลายเป็นตำนานสำหรับ พวกเรา .............จบ

#1 By Lolay on 2006-09-11 02:23

รวงรังของเพื่อนมิตร
แม้จะแยกย้ายชีวิตกันไป
มิตรภาพกลับทำให้เราเชื่อมั่นว่าจะยังไม่ห่างเหินระหว่างกัน

#2 By อากาศกวี on 2006-09-11 07:57

อดีต
พูดแล้วก้อคิดถึงเนอะ

#3 By goody on 2006-09-11 08:41

ดีจัง สมัยฉันเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด
ฉันอยู่หอข้างนอกมหาวิทยาลัยกับเพื่อนเภสัช
อยู่กันมาตั้งแต่เปิดหอพักและไม่ย้ายไปไหนติดต่อกัน 4 ปีจนเรียนจบ
สมัยนั้นข้างมหาวิทยาลัยยังเป็นสวนยาง
ฉันเคยอ่านหนังสือไปจนตีสามแล้วเห็นแสงไปแวมๆกลางป่ายาง
เด็กในเมืองอย่างฉันวิ่งตาแหกไปฟ้องเพื่อนว่ามีผี
เพื่อนบอกไอ้โง่ เค้ากรีดยางกันย่ะ


ในหอหญิงมีเรื่องเล่ามากมาย
วันไหนใครอกหักเพื่อนเราก็จะมาจับกลุ่มกันสาปแช่งผู้ชายที่หักอกเพื่อน
อุ๊ย ไม่ใช่ จับกลุ่มกันปลอบใจ
บางวันก็เอาเสื้อผ้ามาลองแล้วดูกันเอง
...ราวแฟชั่นโชว์ในตอนตีสองตีสาม

ฉันมีเพื่อนผู้ชายที่ไปเช่าบ้านอยู่รวมกัน
บ้านเช่าชื่อ บ้านพักชายโฉด
สาเหตุที่ไม่สามารถอยู่หอพักได้เพราะพวกนั้นเลี้ยงไก่ชนเป็นอาชีพหลัก
เป็นนักศึกษาเภสัชเป็นอาชีพรอง
เวลานัดทำรายงานการทดลอง
ไม่ว่าใครมีเหตุผลอะไร ฉันสามารถแก้ไขได้เสมอ
เช่น

"มาไม่ได้นัดแฟนไว้"

"เดี๋ยวเราไปเคลียร์กับแฟนแกเอง"

"ต้องกลับบ้าน"

"เดี๋ยวเราโทรไปบอกแม่ให้"

"ต้องเอาไก่ไปชน"

"อืม" (คิดไม่ออกว่าจะทำยังไงดี)


ไว้เขียนถึงเรื่องของตัวเองในสมัยมหาวิทยาลัยบางดีกว่า
รังรักรังศวาส(เอ้ มันเขียนยังไง)ช่างมันเหอะ
โชคดีแค่ไหนแล้วที่เรายังจำความหลังได้...

#5 By rafilmstruck on 2006-09-11 09:12

อ่านแล้วก็คิดถึงบ้านที่เคยเช่าอยู่ที่บางแสนเหมือนกัน
จำได้ว่าเลิกเรียน..เพื่อนๆที่ไม่มีที่ไปก็จะมาสุมกันอยู่ที่บ้านลองของ
แล้วก็มาสลาฟกันแทบทุกวัน...555

#6 By :D on 2006-09-11 09:52

ชอบสีบ้านมากๆเลยล่ะพี่ท่าน
แนวดี

#7 By lekasus on 2006-09-11 17:25

อ่านแล้วอดีตย้อนมาให้เราได้เข้าไปกระโดดโลดเต้นอีกครั้ง

ถึงผมยังไม่จบมหาวิทยาลัย

แต่สักวัน

ภาพเหล่านี้คงเข้าอยู่ในใจผมอย่างที่พี่รู้สึก

รู้สึกดีและรู้สึกเศร้าไปพร้อมๆกัน

ทำไมน่ะ

แต่ผมเลือกที่จะรู้สึกดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วดีกว่า

อย่างน้อย โลกนี้

ก็มีแต่ความสุข
อยู่คนเดียวง่า....แม่จ๋ามาเยี่ยมหนูที

#9 By Blood Lust Vampyre (::[o]::) on 2006-09-12 17:29

เรื่องเพื่อนคุณสองคน ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ

อย่างน้อยคนเหล่านี้ก็ยังมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของคนที่ยังอยู่

ในหมู่เพื่อนเรา ก็มีบ้านในตำนานแบบนี้อยู่หลังนึงเหมือนกันค่ะ
ไปค้างกันทีเป็นสิบๆ คน
สมัยนั้นถ้าใครไม่เคยไปเยือนบ้านที่ว่าจะถือว่าเชย และถูกข่ม ถูกรุมประณามหยามเหยียด "โด่ ยังไม่เคยไปบ้านไอ้เคเหรอวะ เชยโคตร"
ซึ่งจริงๆ แล้วไอ้เคนี่ก็ไม่ใช่เพื่อนในคณะด้วยนะ
เป็นเพื่อนของเพื่อนที่มาสิงสู่อยู่ในตึกจนถือได้ว่าเป็นสมาชิกรุ่นอีกหนึ่งคน

ตอนนั้นแซนดี้ถือได้ว่าเชยมาก
เพราะไม่เคยไปเลย ได้ไปตอนเรียนจบแล้วแค่ครั้งเดียว... แต่ยังระลึกถึงตำนานนั้นเสมอ

แด่คุณผู้มีส่วนในตำนานอีกหนึ่งบท

#10 By Sunday Syndrome on 2006-09-13 12:56

ที่แห่งนี้มีความทรงจำ

#11 By foneko (58.8.11.109) on 2006-09-13 14:09

วันวานยังหวานอยู่คับท่าน

#12 By '''''''''' ' _ ' ''''''''''' on 2006-09-13 16:32

ง่า บ้าน.... ดูรกตามสไตร์ อาทดีแฮะ

เห็นรูป 2 อันที่2 มีรูปภาพใหญ่ๆ รูปนั้นสวยดีแฮะ วาดเองใช่มะคะ ^^

#13 By ~Nanshu SinKID~ on 2006-09-15 19:30

เอ่อ... พี่คะ...นอนๆอยู่ เคยมีอะไรถล่มลงมาปะคะ