แรงบันดาลใจจากเอนทรีของท่านโลเลกับท่านlinที่เล่าเรื่องโดเรม่อนตอนจบ
ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปเมื่อครั้งยังเป็นเด็กม.ต้น ชีวิตตอนนั้นมีแต่ความขลาดกลัว
ไม่ได้มีความมั่นใจเหมือนทุกวันนี้ การตัดสินใจที่จะทำบางอย่างเมื่อตอนนั้น
เหมือนต้องใช้ความกล้าหาญอย่างสุดๆ แค่การนั่งรถเมล์ออกนอกเส้นทางกลับบ้าน
ก็ดูเหมือนเป็นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นซะแล้วสำหรับกระผม
ปี 2526 เป็นปีที่กระผมได้รู้จักหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตเพิ่มเติม น้ำท่วมครั้งใหญ่
โรงเรียนหยุดเป็นเดือน การสูญเสียเพื่อนคนหนึ่งครั้งแรกในชีวิต
ความตายเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเรามาก เด็กๆเราอาจจะไม่ได้มีความรู้สึกเศร้ามากเมื่อต้องสูญเสีย
โตขึ้นมาเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นหน่อย เรารู้สึกว่ามันทำร้ายเราหัวใจแทบขาด
แต่เมื่อผ่านเรื่องต่างๆมานาน เราจะรู้ได้เองว่า ทุกๆสิ่งดำเนินตามวัฏจักร
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีเวลาของมันในโลกใบนี้
สำหรับเพื่อนของกระผมเวลาของเขา หยุดลงแค่ปี 2526
กระผมยังพอจำได้ว่ามันเป็นเวลาช่วงปิดเทอมที่เรายังได้ไปเจอกันที่โรงเรียนเล็ก
(โรงเรียนของกระผมเมื่อตอนเด็กมีสองสาขา ที่ประตูน้ำเรียกกันเองว่าโรงเรียนเล็ก
ที่ถนนเพชรบุรีเรียกว่าโรงเรียนใหญ่)
ที่นั่นเวลาพวกเราได้ไปเรียนพิเศษกันจะชอบมากเพราะมันมีสิ่งล่อใจมากมาย
มีห้างดัง อินทรา ไทยไดมารู ฯลฯ แถมมีแหล่งเกมตู้ให้เล่นมากมาย
เพื่อนที่โก๋หน่อยมันก็จะพากันไปเล่นสนุกเกอร์กัน ใครเล่นดนตรีได้ก็จะนัดกันไปซ้อมแถวๆนั้น
เรียกได้ว่า มันเป็นสวรรค์ของพวกเราดีๆนั่นเอง ผิดกับโรงเรียนใหญ่ที่ต้องเดินผ่านทุ่งเข้าไป
เลิกเรียนก็ไม่มีสิ่งบันเทิงใดๆ เราจึงใช้ชีวิตตอนปิดเทอมอย่างสนุกสนาน
จนวันสุดท้ายของการเรียนพิเศษ กระผมยังแทบจำภาพวันนั้นได้
วันที่แยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อนกระผมคนนั้นแยกย้ายไปกับอีกกลุ่ม
ส่วนกระผมก็ไปกับเพื่อนอีกกลุ่มจะไปเล่นตู้เกมกัน ก่อนแยกย้ายก็ร่ำลากันแบบกวนๆ
ประมาณว่า"เปิดเทอมเจอกันนะเว้ย" "กูไม่อยากเจอมึงหรอก" หยอกล้อกันแบบเด็ก กว่าจะแยกย้ายกันได้ก็เสียเวลาเป็นสิบนาที จากนั้นกระผมก็ตรงดิ่งไปร้านตู้เกม กระผมจะคอยตามล่าตู้แพคแมน เพื่อที่จะได้จารึกชื่อบนสกอร์บอร์ด ต้องมีชื่ออยู่บนหัวตารางเท่านั้น
เรียกว่าแถวประตูน้ำกระผมจะลุยตามหาตู้เกมแพคแมนเพื่อที่จะเล่นมัน
วันเวลาผ่านไปโดยกระผมไม่ได้ข่าวเพื่อนคนนั้นอีกเลย
จนฝนตกน้ำท่วมกรุงเทพฯ จนโรงเรียนไม่สามารถสอนได้
บ้านกระผมจมอยู่ในน้ำเลยหัวเข่ามาเป็นสิบๆเซนติเมตร ไม่ได้ไปโรงเรียนเป็นเดือน
จนวันนึงกระผมก็ได้ข่าวว่าเพื่อนคนนั้น....ตายซะแล้ว
วูบแรกยังรู้สึกว่ามันจะตายได้ยังไงว่ะ เมื่อเดือนที่แล้วยังเจอกันอยู่เลย
แต่ ความจริงก็คือความจริง เพื่อนกระผมปั่นจักรยานลุยน้ำในซอยอยู่เพลินๆ
รถดับเพลิงแถวนั้นแล่นไล่หลังมาจังหวะที่จะแซง คลื่นน้ำที่ไล่มาจากล้อก็ตีเพื่อนกระผม
เสียหลักล้มลงในน้ำ จากนั้นล้อหลังก็ไล่ตามมาทับเค้า...................
ฟังเรื่องจบ....ภาพวันนั้นวันที่พวกเราแยกย้ายกันกลับบ้าน
กระผมยังนึกถ้ากลับบ้านกับมัน....เราก็ยังมีความทรงจำร่วมกันต่ออีกหลายนาที
แต่มันก็เป็นไปไม่ได้....ภาพที่เราเดินแยกกันหันหลังกลับมาตะโกนใส่กัน...
"ไปแล้วนะโว้ย" "เฮ้ย...ไปกันซะทีซิ" "มึงก็ไปก่อนซิ"
ภาพทีเล่นทีจริงเหมือนจะเป็นการเจอกันครั้งสุดท้ายของกันและกัน
ต่างฝ่ายต่างยื้อไม่ยอมไปกันซะที ย้อนกลับมาหากระผมเมื่อมีคนพูดถึง
เหตุการณ์ในปีนั้น

วันเปิดเทอมในปีนั้น เราเริ่มเรียนกันด้วยความรู้สึก...แปลกๆที่ขาดเพื่อนไป

มองรอบโรงเรียนเห็นรอยคราบน้ำ ที่ติดอยู่หลังจากน้ำลด

ทุกที่เกิดร่องรอยแห่งความทรงจำ แม้กระทั่งลึกๆในใจของพวกเรา


edit @ 2006/10/20 07:18:33

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่าเศร้านะครับ ผมยังจำภาพ ตา ยิ้มแย้มอยุ่บนเตียงที่โรงบาล ก่อนวันผ่าตัดใหญ่ วันถัดมาในหัวผมกึกก้องด้วยเสียงพยาบาล ที่บอกว่าตาเสียแล้ว มันเหมือนความฝันอันเลื่อนลอยในชั่วขณะ

#1 By '''''''''' ' _ ' ''''''''''' on 2006-07-19 10:21

เนอะ คุณเล่าเสียฉันคิดถึงเพื่อนเก่าหลายๆคน
เมื่อสมัยมัธยมต้นฉันไม่ค่อยผูกพันกับเพื่อนในห้องนัก
อาจจะเพราะฉันกำลังหลงไหลโลกวรรณกรรมในห้องสมุด
หรือเพราะไม่คุ้นกับสังคมผู้หญิงๆของโรงเรียนสตรี
แต่ฉันกับเพื่อนมสมัยมัธยมปลายรักกันมาก
เป็นเด็กห้องเก่งที่โดนตีในห้องปกครองรุ่นแรกและรุ่นเดียวจาก 98 รุ่นที่ผ่านมา

นึกถึงเรื่องนี้แล้วต้องอมยิ้ม ฉันยังไม่เคยเสียเพื่อนไปสักคน
ไม่รู้ว่าถ้ามีวันนั้น ฉันจะรู้สึกแค่ไหน

ไว้จบเรื่องสั้นชุด เรื่องสั้นฝันหวาน
ฉันจะพับบลิกเรื่องเล่าสมัยมัธยมให้อ่านดีกว่า
ฉันอ่านซ้ำทีไร อดอมยิ้มไม่ได้ทุกที
เศร้าจังเลย....แสดงว่าเป็นเรื่องที่ฝังใจมากผ่านมานานขนาดนี้ก็ยังเล่าได้ละเอียด...แบบนี้เเหละนะคะ...ความตายก็เป็นเหมือนเพื่อนบ้านที่เราไม่อยากต้อนรับ แต่ก็อยู่ใกล้ตัวทุกคน....อย่าคิดอะไรมากนะคะ

#3 By NuNual on 2006-07-19 10:42

เสียใจด้วยครับ
งิ...

อืม...ช่วงม.ต้นม.ปลาย หรือก่อนหน้านั้นไม่ค่อยจะมีเพื่อนสนิทซักเท่าไหร่ แต่ถึงไม่สนิทก็ไม่อยากให้ใครจากไป

แต่ความทรงจำก็เป็นสิ่งที่ดีเสมอ

#5 By Blood Lust Vampyre (::[o]::) on 2006-07-19 17:24


แงๆๆๆ เศร้าจังครับ

เป็นผม ร้องไห้ไปเป็นสัปดาห์แน่ๆ เลย

#6 By izzei on 2006-07-19 20:12

ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง เรียนด้วยกันตอนป.หก โคตรสนิทเลย จบป.หกผมก็ย้ายโรงเรียนไม่เจอมัน แต่คิดถึงมันตลอด เคยสืบหามันแต่ก็ไม่สำเร็จ ตั้งหลายปี จนเมื่อปีที่แล้วเอง เจอเพื่อนเก่าอีกคน มันเล่าว่า เพื่อนคนนี้ตายไปหลายปีแล้ว แม่ง คิดถึงมันวะ

#7 By Lolay on 2006-07-20 00:27


ไปอยู่อีกโลกหนึ่งแล้ว แต่เวลาของเรากับเค้ากับเหลื่อมกันอยู่ ซักวันก็เจอกัน

#8 By lekasus on 2006-07-20 00:31

เศร้า

#9 By junahjazz (203.113.67.164) on 2006-07-20 13:02

ไม่อยากให้เเป็นเพื่อนผมเลย คิดแล้วเคร้า

#10 By ss on 2006-08-05 04:39